"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี โชว์ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานถูก ซันเดอร์แลนด์ เจ้าถิ่นยื้อตีเสมอท้ายเกมจนต้องเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่ คี ซุง ยอง ตัวสำรองจะมายิงประตูชัยพา"แมวดำ"เอาชนะไป 2-1 ผ่านเข้ารอบรองฯแคปิตอล วัน คัพ ตาม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่บุกเอาชนะ"จิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ 3-1...
การแข่งขันฟุตบอล แคปิตอล วันคัพ ฤดูกาล 2012-13 รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันอังคารที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีโปรแกรมลงสนามกัน 2 คู่ คู่ที่น่าสนใจอยู่ที่สนาม สเตเดียม ออฟ ไลท์ เป็นการพบกันของสองทีมจากพรีเมียร์ลีก "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ พบกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี
เกมนีี้ กุสตาโว โปเยต์ เทรนเนอร์ซันเดอร์แลนด์ วาง โจซี อัลติดอร์ ลงเป็นความหวังจบสกอร์ ส่วน โชเช มูรินโญ กุนซือใหญ่ของเชลซี ส่ง ซามูเอล เอโต ลงยืนหน้าเป้า แดนกลางมี แฟรงค์ แลมพาร์ด ลงประสานงานร่วมกับ อันเดร ชูร์เล, วิลเลียน และ เควิน เดอ บรุย์น
เริ่มเกมครึ่งแรกเพียง 10 นาที ทีมเยือนก็มีโอกาสลุ้นก่อน แอชลีย์ โคล จ่ายจากริมเส้นฝั่งซ้ายให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ซัดออกหลังไป จากนั้นรูปเกมของทั้งสองทีมก็ดูจะเหนื่อยๆ ไม่มีอะไรจังหวะให้ลุ้นประตูมากนักจนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 0-0
กลับมาต่อในครึ่งหลังเพียงนาทีเดียว เชลซี ก็มีประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา เปิดจากริมเส้นฝั่งขวาไปที่เสาไกล แฟรงค์ แลมพาร์ด พุ่งเข้าหาบอลพร้อม ลิี แคทเตอร์โมล กองกลางเจ้าถิ่นบอล แต่บอลไปถูกขา แคทเตอร์โมล ในจังหวะสุดท้ายกลายเป็นทำเข้าประตูตัวเอง
จากนั้นก็เป็นเชลซีที่คุมเกมแต่ไม่มีประตูให้เห็น จนเมื่อเข้าสู่ช่วงท้าย น.88 แฟนเจ้าถิ่นก็ได้เฮ โจซี อัลติดอร์ แตะบอลยิงในเขตโทษไปติดบล็อค มาร์ค ชวาร์เชอร์ ลูกลอยมาเข้าทาง ฟาบิโอ บอรินี กองหน้าสำรอง แปมุมแคบลอดขา ดาวิด ลุยซ์ เข้าไปตุงตาข่าย ทำให้ จบ 90 นาที ซันเดอร์แลนด์ เสมอกับ เชลซี 1-1 ต้องไปเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที
ในช่วงต่อเวลาพิเศษเป็นฝั่ง "แมวดำ" ที่เล่นได้น้ำได้เนื้อมากกว่าจนมาได้ประตูชัยใน น.118 คิ ซุง ยอง ตัวสำรอง รับบอลต่อจาก ฟาบิโอ บอรินี แตะเข้ากลางก่อนจะหักข้อซัดตุงตาข่าย ทำให้จบเกม ซันเดอร์แลนด์ เอาชนะ เชลซี ไป 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือก แคปิตอล วัน คัพ ได้สำเร็จ
ขณะที่การแข่งขันอีกสนาม ณ คิง พาวเวอร์ สเตเดียม "จิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมในศึก แชมเปียนชิพ ลงเล่นในบ้านพบกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจากพรีเมียร์ลีก
เปิดฉากครึ่งแรกก็เป็น แมนฯซิตี้ ที่คว้าประตูขึ้นนำก่อน 1-0 หลังมาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษใน น.8 อเล็กซานเดอร์ คอลารอฟ ขันอาสาสังหารกดบอลข้ามกำแพงด้วยซ้ายก่อนจะพุ่งเสียบมุมเสาเข้าประตูไป จากนั้น น.41 ทีมเยือนก็ได้ประตูที่สองหลัง เจมส์ มิลเนอร์ พาบอลลุยเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดข้ามไปที่เสาสองให้ เอดิน เชโก พุ่งโขกตุงตาข่าย ทำให้ทีมออกนำไปก่อนในครึ่งแรก 2-0
กลับมาต่อในครึ่งหลัง น.53 ประตูที่สามก็ตามมา มิลเนอร์ ตวัดจ่ายจากริมเส้นหลังฝั่งซ้ายไปยังพื้นที่ว่างกลางเขตโทษให้ เชโก กดด้วยขวาเต็มข้อพาทีมนำห่างเป็น 3-0 ทว่าในช่วงท้าย น.77 เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูปลอบใจจาก ลอยด์ ดายเออร์ จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศสบายๆ.
ขอบคุณเนื้อหาข่าวและรูปภาพจาก http://www.thairath.co.th